เสียงสายพานหน้าเครื่อง (3,000–5,000 Hz)
มักเกิดจากสายพานไดชาร์จหรือสายพานแอร์หย่อน หรือลูกรอกตั้งสายพานเสื่อมสภาพ อาการเด่นชัดคือเสียงหวีดแหลมจี๊ดตอนสตาร์ทเครื่องยนต์ตอนเช้า หรือเมื่อเปิดคอมเพรสเซอร์แอร์
จ่อไมโครโฟนมือถือเข้าใกล้ห้องเครื่องหรือล้อรถ แล้วกดปุ่มเพื่อเริ่มสแกนเสียง 5 วินาที
สำหรับการสอบเทียบระบบหรือทดสอบโดยไม่มีรถจริง: กดคลิกที่การ์ดจำลองเสียงด้านล่าง เพื่อสร้างคลื่นเสียงกายภาพผ่าน Web Audio API แล้วส่งเข้าสู่ระบบวินิจฉัยจริง:
หวีดแหลม 3.8 kHz ตอนสตาร์ทหรือเปิดแอร์
เคาะแต๊กๆๆ ถี่ๆ 14 Hz ตามรอบเครื่อง
โขกหนักปังๆๆ ลึกจากท่อนล่างเมื่อเร่งคันเร่ง
เสียดสีครืดๆ แหลมจี๊ด 3.2 kHz ตอนเหยียบเบรก
หอนอื้อๆ วู้ๆ 240 Hz ยิ่งวิ่งเร็วยิ่งดัง
เคาะกึกๆๆ รัวเวลาหักเลี้ยวสุดแล้วออกตัว
เสียงลมดูดฟู่ๆ 4.8 kHz รอบเดินเบากระพือ
คลื่นฮาร์โมนิกนุ่มนวล รอบเดินเบา 800 RPM ไร้เสียงแหลม
กรุณาจ่อไมโครโฟนมือถือหรือคอมพิวเตอร์เข้าใกล้จุดที่เกิดเสียง แล้วกดปุ่ม "แตะเพื่อฟัง" ด้านบน หรือเลือกเสียงจากแล็บเพื่อดูผลวิเคราะห์ทางกล
กำลังดึงข้อมูลศูนย์บริการและอู่ใกล้เคียง...
รวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับย่านความถี่เสียงเครื่องยนต์และช่วงล่าง เพื่อการดูแลรักษารถยนต์อย่างถูกวิธี
มักเกิดจากสายพานไดชาร์จหรือสายพานแอร์หย่อน หรือลูกรอกตั้งสายพานเสื่อมสภาพ อาการเด่นชัดคือเสียงหวีดแหลมจี๊ดตอนสตาร์ทเครื่องยนต์ตอนเช้า หรือเมื่อเปิดคอมเพรสเซอร์แอร์
เสียงเคาะโลหะแหลมเบา "แต๊กๆๆ" เป็นจังหวะสม่ำเสมอตามรอบเครื่องยนต์ มักเกิดจากระยะห่างวาล์วห่างเกินเกณฑ์ หรือตัวตั้งวาล์วไฮดรอลิกอุดตันจากคราบน้ำมันเครื่อง
เสียงโลหะหนักโขกกระแทกลึก "ปังๆๆ" ก้องจากท่อนล่างของบล็อกเครื่องยนต์ เป็นสัญญาณอันตรายสูงสุดของแผ่นชาร์ปละลาย ก้านสูบหลวม ห้ามสตาร์ทรถต่อเด็ดขาด
เสียงหอนต่ำ "อื้อๆๆ / วู้ๆๆ" คล้ายเสียงเครื่องบินใบพัด ยิ่งวิ่งความเร็วสูงเสียงยิ่งดังขึ้นชัดเจน เกิดจากเม็ดลูกปืนในดุมล้อเป็นตามดหรือจาระบีแห้ง
เสียงเสียดสีของโลหะแหลมแสบแก้วหู หรือเสียงครืดๆ เวลาเหยียบแป้นเบรก เกิดจากสะพานเตือนผ้าเบรกสัมผัสกับจานเบรก หรือผ้าเบรกหมดจนโครงเหล็กขูดจาน
เสียงลมดูดฟู่ๆ ในห้องเครื่องยนต์ พร้อมอาการรอบเดินเบาสะดุดหรือกินน้ำมันเพิ่มขึ้น เกิดจากท่อยางแวคคั่มแตกหรือปะเก็นคอไอดีรั่ว